กระหัง

หรือชื่ออื่นที่เรียกว่าหางของผี ตามความเชื่อของคนไทยผีถูกจับคู่กับผี หญิงมีความเชื่อกันว่าผู้ที่เป็นวิญญาณร้ายจะเป็นคนที่เล่นเวทมนต์ดำเมื่อคาถาแข็งแกร่งและไม่สามารถควบคุมได้มันจะกลายเป็นผีเมื่อคำสอนของวิญญาณของเดดไม่เป็นที่รู้จักและไม่ปรากฏ ในลักษณะของพนักงานอัยการที่เป็นที่ยอมรับในกฎหมายตราสามดวง
กล้าบินตอนกลางคืน จะใช้ไม้นวดข้าวเพื่อยึดติดกับแขนแทนที่จะเป็นปีกและใช้สากข้าวหรือสากเพื่อจับที่ขาแทนที่จะเป็นหางหรือขาสำหรับการดำรงชีวิตของสิ่งสกปรกเช่นกระรอกหรือพงษ์ผล
ตามความเชื่อของชาวบ้านดูเหมือนว่าผีชาย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Krasae สามารถบินได้โดยใช้แฉกของข้าวที่ดูเหมือนปีกบินและนั่งบนสากด้วยกัน อันที่จริงตามความเชื่อการเป็นคนเลี้ยงสัตว์ก็ไม่ใช่เรื่องยากการเป็นคนโอหังเกิดจากความผิดของครูซึ่งผิดกับคำสัญญากับครู (ครูสอนเวทมนตร์) เช่นต้องไม่กินอาหารที่เป็นบวบห้ามเดิน สะพานครูที่ไม่ถูกต้องจะทำให้มันเป็นชนิดหนึ่งของการบรรจุ

กระสือ

เป็นผีชนิดหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็นผู้หญิงและชอบกินสิ่งสกปรกควบคู่ไปกับ “วิญญาณ” ที่มีผู้ชายในรูปแบบที่บัดนี้เป็นที่รู้จักในฐานะผีหญิงชราที่ลอยไปด้วยศีรษะและอุทรและอื่น ๆ อวัยวะต่าง ๆ เช่นหัวใจปอดและแสงแวววาว แต่ตามคำนิยามของ Sathirakoset แล้ว Krueet เป็นเพียงผีตัวเมียตัวเก่าที่มีหัวและลำไส้ที่เรืองแสงโดยไม่มีอวัยวะอื่นแหล่งที่มาของ Kruea ที่มีหัว ลำไส้และอวัยวะอื่น ๆ ในสไตล์ที่คุ้นเคย มาจากภาพวาดของทวีวิสากรเพิ่มจากจินตนาการในหน้าปกของภาพยนตร์เรื่อง “เสาเซา” ซึ่งฉายในปี พ.ศ. 2516 นำแสดงโดยเมธานีเมทานีและพิศมัยวิไลศักดิ์ ในทางวิทยาศาสตร์มันเป็นเปลวไฟของก๊าซมีเทนที่เกิดจากการสะสมของสารอินทรีย์ที่เน่าเปื่อยในนาข้าวหรือไร่ แต่จากมุมมองของรองศาสตราจารย์ดร. สิรินธรเทพเผ่าประยูรนักวิชาการที่ศึกษาเกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเห็นว่าไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากก๊าซมีเธนในนาข้าวมีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะทำให้เกิดไฟไหม้นอกจากนี้ถ้ามันเผาไหม้มันจะปรากฏบนพื้นผิวของวัตถุ ไม่ลอยไปในอากาศหรือเคลื่อนไหวนอกจากนี้ในทางกายวิภาคร่างกายมนุษย์หลังจากถอดหัวอวัยวะอื่น ๆ เช่นลำไส้หัวใจหรือปอดก็จะไม่โผล่ออกมาเช่นกัน